โดยวัตถุประสงค์ของระบบ ISBN แล้ว ISBN ถูกกำหนดมาให้ใช้กับหนังสือที่พิมพ์ออกจำหน่าย มีจำนวนมากพอสมควร มีเนื้อหาสาระความรู้ และหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป แต่ต่อมาได้ขยายขอบเขตไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย โดยกำหนดเงื่อนไขกว้างๆ สิ่งที่จะขอรหัส ISBN ได้ดังนี้
สำนักพิมพ์ จะขอ รหัส ISBN เป็นช่วง เพื่อมากำหนดให้แก่หนังสือแต่ละเล่มของตนเองได้ โดยแจ้งความจำนงไปที่องค์กรที่ดูแลรหัสกลุ่ม ISBN สำหรับประเทศของตน (ในประเทศไทย องค์กร ISBN มอบหมายให้หอสมุดแห่งชาติเป็นผู้ดูแลรหัสกลุ่ม ISBN ของประเทศไทย) โดยควรให้ข้อมูลจำนวนชื่อหนังสือที่ตนผลิตมาแล้วและยังคงมีจำหน่ายอยู่ และที่จะผลิตในอนาคต เพื่อหน่วยงานดังกล่าวจะได้กำหนดจำนวนหลักของรหัสสำนักพิมพ์ให้เหมาะสมกับปริมาณหนังสือ เมื่อได้รับรหัส ISBN เป็นช่วงแล้ว (เช่น ได้ครั้งละ 100 รหัส) สำนักพิมพ์ก็จะสามารถรับผิดชอบในการกำหนดรหัส ISBN ให้แก่หนังสือที่ตนผลิตได้เอง ในการนี้ สำนักพิมพ์ จะต้องให้แน่ใจว่าได้มอบหมายหน้าที่นี้แก่พนักงานของตนที่มีความรู้ความเข้าใจในการกำหนด ISBN อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์
ในกรณีที่เป็นผู้ผลิตหนังสือเป็นครั้งคราว ผลิตน้อยมากและไม่แน่นอน หรือเป็นบุคคล หรือเป็นหน่วยงานที่องค์กรผู้ดูแลการออกรหัสกลุ่ม ISBN ไม่สามารถมอบความรับผิดชอบให้กำหนดรหัส ISBN เองได้ ผู้ผลิตจะต้องขอรหัสทีละเล่มจากองค์กรผู้ดูแลดังกล่าว ในการนี้ อาจได้รหัสสำนักพิมพ์ที่จัดไว้พิเศษสำหรับผู้ผลิตรายย่อยรวมๆ กัน ไม่ไช่เป็นรหัสสำหรับสำนักพิมพ์ของตนโดยเฉพาะตามปกติ
(โดยหลักการแล้ว การเปลี่ยนราคาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน ISBN เพื่อให้ประหยัดจำนวน ISBN อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในขณะขาย ทั้งในระบบปกติ
และในระบบ POS ซึ่งข้อมูลรหัสสินค้ามักจะผูกไปกับราคาด้วย ในการสั่งซื้อ ในการหยิบสินค้า ในการคืนสินค้า ซึ่งจะมีผลต่อการคิดเงินสับสนระหว่างเล่มเก่าและใหม่
จึงขอแนะนำว่า ทุกครั้งที่มีการปรับราคา ควรเปลี่ยนหน้าปก ควรปรับปรุงเนื้อหา และ ควรให้ ISBN ใหม่ เพื่อให้สามารถเห็นความแตกต่างในตัวสินค้าได้ง่าย
และลดขั้นตอนการต้องเคลียร์สินค้าที่มีราคาเดิมออกจากร้านหรือคลังสินค้าก่อนที่จะรับสินค้าราคาใหม่)
หนังสือที่ต่างรูปแบบ ต้องให้ ISBN ใหม่ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรูปแบบ (format) เช่น หนังสือที่มีการจัดพิมพ์แบบปกแข็ง (hard back edition) และแบบปกอ่อน (paper back edition)
จะต้องมีรหัส ISBN ต่างกัน เวลาพิมพ์ในหน้าลิขสิทธิ์ (title page) ให้ระบุโดยวงเล็บด้วย เช่น
ISBN 974-509-406-4 (ปกแข็ง)
ISBN 974-509-334-3 (ปกอ่อน)
ในทำนองเดียวกัน เมื่อมาทำเป็นไมโครฟอร์ม ก็จะต้องกำหนดรหัส ISBN ให้ต่างจากหนังสือด้วย
หนังสือที่มีหลายเล่มต่อกัน (multi-volume) ต้องให้ ISBN กับหนังสือทั้งชุดเป็น 1 รหัส ขณะเดียวกันก็ต้องกำหนด ISBN ให้กับแต่ละเล่มย่อยให้ต่างกันด้วย เวลาพิมพ์ให้ระบุทั้ง 2 อย่างในแต่ละเล่มในหน้าลิขสิทธิ์ โดยวงเล็บด้วย เช่น ในเล่มที่ 4 จะต้องระบุว่า
ISBN 974-509-526-5 (ชุด ทดลองวิทยาศาสตร์แสนสนุก)
ISBN 974-509-531-1 (เล่มที่ 4 อากาศ)
หนังสือเดิมในสต็อก สำนักพิมพ์ควรจะกำหนดรหัส ISBN ให้กับสินค้าในสต็อกทั้งหมดที่ยังไม่ได้พิมพ์รหัส ISBN ลงไปบนตัวหนังสือ แล้วพิมพ์รหัส ISBN สำหรับหนังสือแต่ละเล่มนั้นไว้ในแคตาล็อกล่วงหน้า เมื่อมีการพิมพ์ซ้ำครั้งต่อไป ก็ควรจะพิมพ์รหัส ISBN เพิ่มลงไปบนตัวหนังสือ
หนังสือที่มีการพิมพ์ร่วม หนังสือที่มีการพิมพ์ร่วมกันระหว่างสองสำนักพิมพ์ หรือพิมพ์ซ้ำร่วมกับสำนักพิมพ์อื่น จะต้องกำหนดรหัส ISBN ตามสำนักพิมพ์ที่รับผิดชอบในการจัดจำหน่าย
หนังสือที่ขายหรือจัดจำหน่ายโดยผู้จัดจำหน่าย
ตามหลักการของระบบ ISBN หนังสือสำหรับการจัดพิมพ์ครั้งหนึ่ง ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์หนึ่ง จะมีรหัส ISBN เพียงรหัสเดียว และจะยังคงเป็นเช่นนี้ไม่ว่าจะถูกขาย หรือโดยการจัดจำหน่ายโดยผู้ใด
หนังสือที่นำเข้าโดยผู้จัดจำหน่ายแต่ผู้เดียว (exclusive distributor) และยังไม่มีรหัส ISBN อันเนื่องจากมาจากพื้นที่ที่ยังไม่อยู่ในระบบ ISBN มาก่อนเลย อาจจะกำหนด ISBN ให้โดยผู้จัดจำหน่ายนั้นๆ ได้
หนังสือที่นำเข้าโดยผู้จัดจำหน่ายแต่ผู้เดียว (exclusive distributor) ที่มีการแก้ไขหน้าลิขสิทธิ์ใหม่แตกต่างจากเดิมว่า เป็นการจัดพิมพ์ซ้ำโดยผู้จัดจำหน่ายรายนั้น จะต้องกำหนด ISBN ให้ใหม่โดยผู้จัดจำหน่ายนั้นๆ โดยระบุรหัส ISBN ของสำนักพิมพ์เดิมไว้ด้วยเพื่อเป็นการอ้างถึง
หนังสือที่นำเข้าโดยผู้จัดจำหน่ายหลายราย และยังไม่มีรหัส ISBN อันเนื่องจากมาจากพื้นที่ที่ยังไม่อยู่ในระบบ ISBN มาก่อนเลย องค์กรผู้ดูแลรหัสกลุ่มสำหรับผู้จัดจำหน่ายเหล่านั้น อาจจะกำหนด ISBN ให้เอง
สำนักพิมพ์ที่มีสำนักงานหลายประเทศ สำนักพิมพ์ที่มีสำนักงานหลายประเทศ และพิมพ์ที่อยู่ลงในการพิมพ์ซ้ำ จะมีรหัส ISBN ได้เพียงรหัสเดียวในตัวหนังสือ เป็นรหัส ISBN ที่ให้ตามสำนักงานที่รับผิดชอบในการจัดพิมพ์นั้นๆ
การลงทะเบียนรหัส ISBN ทุกสำนักพิมพ์ต้องเก็บเอกสารการให้รหัส ISBN ของตนสำหรับหนังสือที่จัดพิมพ์ไปแล้ว และที่กำลังจะออกมาในอนาคตไว้ โดยเรียงตามลำดับรหัส ISBN ชื่อผู้เขียน ชื่อเรื่อง และการจัดพิมพ์ (edition) ครั้งที่
ISBN ต้องไม่ถูกนำมาใช้ซ้ำไม่ว่าในภาวะใดๆ ก็ตาม เมื่อรหัส ISBN ถูกกำหนดให้กับหนังสือเล่มหนึ่งไปแล้ว สำนักพิมพ์จะต้องไม่นำกลับมาใช้ซ้ำโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสน ในกรณีที่ให้รหัส ISBN ผิดพลาดไป รหัสนั้นจะต้องถูกขีดทิ้งจากรหัสที่ยังเหลืออยู่ และต้องไม่นำไปกำหนดให้กับหนังสือเล่มอื่น และสำนักพิมพ์ควรแจ้งองค์กรที่ดูแลรหัสกลุ่มของตนว่ามีรหัสใดที่ถูกยกเลิก และชื่อหนังสือที่มีการให้รหัส ISBN ผิดพลาดไป
การให้รหัส ISBN กับซอฟต์แวร์
ถ้าซอฟต์แวร์มีมากกว่าหนึ่งเวอร์ชั่น (เช่น อาจเป็นเวอร์ชั่นที่ขึ้นกับฮาร์ดแวร์แต่ละแบบ หรือแต่ละภาษา หรือว่าเป็น CD ROM หรือฟลอปปี้ดิสก์) แต่ละเวอร์ชั่นจะต้องมีรหัส ISBN ต่างกัน
เมื่อซอฟต์แวร์ถูกปรับปรุง หรือแก้ไขใหม่ และการเปลี่ยนแปลงนั้นมีมากพอที่จะเรียกได้ว่าเป็น new edition (ซึ่งบางครั้งอาจเป็นผลมาจากการผลักดันทางการตลาด) และละก็จะต้องให้ ISBN ใหม่
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วใหม่อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าจะใช้วัสดุหีบห่อใหม่ แต่ไม่มีความแตกต่างในการทำงานระหว่างผลิตภัณฑ์ใหม่และเก่า ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะให้รหัส ISBN ใหม่ ในกรณีต้องใช้รหัส ISBN เดิม
ในกรณีที่มีหนังสือคู่มือไปพร้อมกับซอฟต์แวร์ ซึ่งหนังสือจะมีประโยชน์ต่อเมื่อต้องใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ และผู้ใช้ก็ต้องอ่านคู่มือก่อนจึงจะใช้ซอฟต์แวร์ได้ และทั้งสองอย่างนี้จะถูกขายไปพร้อมกันเสมอ อย่างนี้รหัส ISBN เพียงรหัสเดียวจะครอบคลุมทั้งสองรายการ
ในกรณีที่มี 2 รายการหรือมากกว่า อยู่ในหนึ่งหีบห่อหรือหนึ่งกล่องของซอฟต์แวร์ สามารถใช้แยกจากกันได้ หรือขายแยกจากกันได้ ทั้งกล่องต้องมีรหัส ISBN หนึ่งรหัส ขณะเดียวกัน แต่ละรายการนั้นในกล่องก็ต้องมีรหัส ISBN เฉพาะตัวซึ่งแตกต่างกันด้วย
ISBN ควรให้กับซอฟต์แวร์หนึ่งๆ โดยไม่ขึ้นกับรูปร่างทางกายภาพ เช่น ลูกค้าอาจดาวน์โหลดมาจากระบบคอมพิวเตอร์ก็ได้
ISBN ใช้ระบุผลิตภัณฑ์หนึ่งๆ ใช้ระบุผู้ผลิตหรือสำนักพิมพ์ ไม่ได้ใช้ระบุผู้ขาย หรือผู้จัดจำหน่าย
การพิมพ์รหัส ISBN ลงบนตัวหนังสือ
รหัส ISBN ควรถูกพิมพ์ใน หน้าลิขสิทธิ์ (copyright page) ซึ่งมักอยู่ด้านหลังของ หน้าชื่อเรื่อง (title page) โดยวางให้มองเห็นง่าย เช่น เว้นระยะห่างจากบรรทัดอื่น (ถ้ามี CIP ISBN จะเป็นส่วนหนึ่งของ CIP) และควรใช้ตัวขนาดไม่น้อยกว่า 9 point ถ้าไม่มีหน้าดังกล่าว อาจพิมพ์อยู่ด้านล่างของ หน้าชื่อเรื่อง ก็ได้
นอกจากนั้น ถ้าเป็นไปได้ ควรพิมพ์รหัส ISBN ไว้ที่มุมขวาด้านล่างสุดของปกหลังด้วย(ถ้ามีบาร์โค้ด ISBN จะอยู่ติดกับด้านบนของบาร์โค้ด) และที่ด้านล่างของหน้าปกหลังของใบหุ้มปก(ถ้ามี)
ถ้ากรณีข้างต้นไม่สามารถกระทำได้เลย ให้พิมพ์รหัส ISBN ไว้ที่ใดที่หนึ่งของด้านนอก(ด้านหน้าหรือหลังก็ได้) ที่มองเห็นได้ง่าย
ในทางปฏิบัติ อาจพิมพ์รหัส ISBN เพิ่มเติมที่มุมล่างของสันหนังสืออีกที่หนึ่งก็ได้ (อาจไม่พิมพ์รหัส 974 ได้ ถ้าเป็นภาษาไทย เพื่อให้สั้นเข้า) เพื่อความสะดวกในการอ่านรหัสจากสันหนังสือในขณะตรวจนับสินค้า
e-Citizen - Single Point Service
Produced By Ministry Of Information and Communication Technology
สำนักงานปลัด กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)