อย. เผยผลตรวจสอบการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์พบไม่มีการแสดงฉลาก 3.81% และแสดงฉลากไม่ถูกต้องถึง 87.5% เตือนผู้ผลิตเนื้อสัตว์ทุกรายปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท แนะซื้อลูกชิ้นที่มีฉลากกำกับแสดงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ทั้งชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร ชื่อที่ตั้งผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต เป็นต้น ถ้าไม่มีฉลาก อย่าซื้อมาบริโภค และควรปรุงให้สุกด้วยความร้อนทุกครั้งก่อนบริโภค ป้องกันการได้รับเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากนโยบายคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากผลิตภัณฑ์สุขภาพของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่ง อย. ก็ได้รุกหนักเพื่อสนองนโยบายดังกล่าว สำหรับกรณีพบปัญหาลูกชิ้นปลา เรืองแสง ซึ่งทำให้ประชาชนหวั่นวิตกจะเป็นอันตรายต่อการบริโภค อย. ได้ดำเนินการตรวจสอบทั้งเก็บตัวอย่างลูกชิ้นปลาที่พบปัญหา เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และตรวจสถานที่ผลิตและวัตถุดิบในการผลิต โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ซึ่งผลการตรวจสถานที่ผลิตอาหาร ชื่อ บริษัท บู้ฮวดฟู้ดส์โปรดักส์ จำกัด ตั้งอยู่ที่จ.สมุทรสาคร พบผลิตภัณฑ์ลูกชิ้นปลา ตราปลาทะเล และลูกชิ้นปลา ตราบู๊ฮวด สูตร 1 แสดงฉลากไม่ถูกต้อง ไม่ระบุวันเดือนปีที่ผลิตหรือวันเดือนปีที่หมดอายุ ไม่แสดงน้ำหนักสุทธิ เป็นต้น
.jpg)
อีกทั้งผลของการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ลูกชิ้นปลาและวัตถุดิบ รวมจำนวน 5 ตัวอย่าง พบข้อบกพร่อง 4 ตัวอย่าง คือ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (สุก) พบแบคทีเรียเรืองแสงภายใต้ยูวี (ซูโดโมนาส พูทิดา :Pseudomonas putida) 2 ตัวอย่าง และวัตถุดิบ พบเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค 2 ตัวอย่าง ได้แก่ เนื้อปลาดิบผสมแล้ว 1 ตัวอย่าง พบเชื้อเอส.ออเรียส (S.aureus) และส่วนผสม 1 ตัวอย่าง พบเชื้อเอส. ออเรียส (S.aureus) และบาซิลลัส ซีเรียส (B.cereus) พร้อมกันนี้จากการสำรวจสถานที่ผลิต ชื่อ บริษัท บุญพงษ์ ซีฟู้ดส์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ จ.สมุทรสงคราม ปรากฏพบข้อบกพร่องในกระบวนการผลิต และการทำความสะอาดอุปกรณ์ นอกจากนี้ จากผลการตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 29 ตัวอย่าง
พบข้อบกพร่อง จำนวน 19 ตัวอย่าง ในวัตถุดิบและอุปกรณ์ คือ พบแบคทีเรียเรืองแสงในที่มืด และพบแบคทีเรียเรืองแสงภายใต้ยูวี (ซูโดโมนาส แอรูจิโนซา :Pseudomonas aeruginosa) ส่วนโต๊ะแล่ปลา พบเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรควิบริโอ คลอเรลลา (Vibrio Cholera Non-01, Non-0139) จำนวน 1 ตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (สุก) ไม่พบข้อบกพร่อง 3 ตัวอย่าง สำหรับการตรวจพบแบคทีเรียเรืองแสงในที่มืด หรือพบแบคทีเรียเรืองแสงภายใต้ยูวี ซึ่งจัดเป็นเชื้อฉวยโอกาสที่สามารถทำอันตรายต่อผู้ป่วยที่มีบาดแผลได้ แต่จะถูกทำลายได้ด้วยความร้อน ในส่วนคดี ในชั้นแรกได้ตักเตือนบริษัทที่พบกระทำผิด และจะดำเนินคดีอย่างเข้มงวดหากพบกระทำผิดซ้ำอีก
เลขาธิการ อย. กล่าวแนะผู้บริโภคที่จะบริโภคลูกชิ้นให้ปลอดภัย ควรนำมาอุ่นหรือปรุงให้สุกทุกครั้งเมื่อประกอบอาหาร และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ลูกชิ้นที่มีฉลากอาหารกำกับ โดยประกอบด้วยชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุสำหรับอาหารที่ผลิตในประเทศ ชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้าและ ประเทศผู้ผลิต สำหรับอาหารนำเข้า แล้วแต่กรณี ปริมาณสุทธิเป็นระบบเมตริก วันเดือนและปีที่ผลิต หรือวันเดือนและปีที่หมดอายุการบริโภค หรือวันเดือนและปีที่อาหารยังมีคุณภาพหรือมาตรฐานดี โดยมีข้อความว่า ผลิต หรือ ควรบริโภคก่อน กำกับไว้ด้วยแล้วแต่กรณี สำหรับผู้จำหน่ายควรให้ความใส่ใจในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องทั้งการควบคุมอุณหภูมิ และการป้องกันการปนเปื้อนอย่างเข้มงวด
เลขาธิการ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า ขณะนี้กฎหมายการบังคับแสดงฉลากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ให้ถูกต้อง มีผลแล้วตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2553 ซึ่งจากการสุ่มตรวจ สอบการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ปรากฏพบผลิตภัณฑ์ไม่มีการแสดงฉลาก จำนวน 11 ตัวอย่าง คิดเป็น 3.81% และแสดงฉลากไม่ถูกต้อง จำนวน 252 ตัวอย่าง คิดเป็น 87.5% ซึ่งเป็นเพียงบางส่วนจากทั้งหมดของบริษัทผู้ผลิตทั่วประเทศ โดยได้เปรียบเทียบปรับแก่ผู้ผลิตที่ดำเนินการไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท จึงขอให้ผู้ผลิตปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมีการแสดงฉลากให้ถูกต้อง และขอให้ผู้บริโภคมั่นใจ โดย อย. จะเฝ้าระวังตรวจสอบต่อไปอย่างต่อเนื่องให้ครบทุกแหล่งผลิต เพื่อให้ลูกชิ้นที่จำหน่ายทุกแผงในตลาดและซูเปอร์มาร์เก็ตมีความปลอดภัยต่อการบริโภค หากพบเห็นแหล่งผลิต/จำหน่ายลูกชิ้นใดที่ไม่แน่ใจในความปลอดภัย โปรดแจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 |