|
สถาบันอาหาร ประกาศความพร้อมสนองตอบต่อระบบแจ้งเตือนภัยเร่งด่วนด้านความปลอดภัยอาหาร และอาหารสัตว์ของ มกอช.

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายอมร งามมงคลรัตน์ รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า จากความสำเร็จในการควบคุมดูแลความปลอดภัยในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารของประเทศไทยแบบครบวงจรของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ของกลุ่มสหภาพยุโรป(อียู)ซึ่ง โดย เฉพาะการดำเนินงานของระบบการสื่อสารความเสี่ยงในอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ สูงสุดบนระบบแจ้งเตือนภัยเร่งด่วนด้านความปลอดภัยอาหารและอาหารสัตว์ (Rapid Alert System for Food and Feed : RASFF) เพราะที่ผ่านมาสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.)ได้ เล็งเห็นถึงประโยชน์ของระบบดังกล่าวจึงได้เริ่มพัฒนาระบบแจ้งเตือนด้าน ความปลอดภัยอาหารและอาหารสัตว์ของอาเซียนขึ้น (ASEAN Rapid Alert System for Food and Feed : ARASFF) โดยการสนับสนุนของสหภาพยุโรป รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและประสบการณ์ในการพัฒนาระบบแก่กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์
การบังคับใช้เขตการค้าเสรีระหว่างสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาฟตาที่มีผลตั้งแต่ วันที่1 ม.ค.ที่ผ่านมาได้ส่งผลให้เกิดการกระจายสินค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารระหว่าง กลุ่มอาเซียนทั้งภายในอาเซียน ด้วยกัน โดยการส่งสินค้าอาหารออกจากกลุ่มอาเซียน ตลอดจนการนำเข้าสินค้าเข้าสู่กลุ่มอาเซียนล้วนแต่ส่งผลต่อความปลอดภัย และมั่นคงของอาหารภายในอาเซียน จึงนับว่า ARASFF จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเสริมสร้างความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านอาหารของอาเซียน จนนำไปสู่ความเป็นสมาคมประชาชาติ ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลเช่นเดียวกันกับสหภาพยุโรป"รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าว
นายอมร กล่าวต่อว่า จากการติดตามข่าวสารการเปลี่ยนแปลงอันจะเกิดขึ้นจากอาฟตา แล้ว ผู้ประกอบการควรปรับปรุง พัฒนากระบวนการผลิตสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับสินค้าจนก่อให้เกิดการแจ้งกักกันสินค้าทั้ง โดยสมาชิกอาเซียน หรือคู่ค้าต่างๆ ของไทย ทั้งนี้ สินค้าที่เข้าข่ายการแจ้งเตือนด้วยระบบ ARASFF อาทิ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์,น้ำ ดื่มบรรจุขวด, ปลาและผลิตภัณฑ์, สัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์, ผักและผลไม้,นมและผลิตภัณฑ์นม,อาหารพร้อมบริโภค,ผลิตภัณฑ์อาหารพิเศษสำหรับ การควบคุมอาหาร อาหารสำหรับเด็ก อาหารเสริม และอาหารเสริมคุณค่าทางโภชนาการ เป็นต้น
นายอมร กล่าวด้วยว่า สำหรับสถาบันอาหารแม้ว่าจะยังไม่ได้รับมอบหมายให้มีส่วนร่วม ในงานนี้ แต่ด้วยความพร้อมของห้องปฏิบัติการตรวจสอบ ซึ่งบริหารงานตามระบบคุณภาพ ISO/IEC 17025 และขีดความสามารถในการรองรับงานทดสอบผลิตภัณฑ์อาหารทางด้านเคมี จุลชีววิทยา กายภาพ รวมทั้งอาหารที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบที่ได้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม (GMO) สารเร่งการเจริญเติบโตยาฆ่าแมลง และสารตกค้างต่างๆ โดยที่ผ่านมา สถาบันอาหารได้ให้ความร่วมมือแก่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ ของรัฐและเอกชน ในการเพิ่มขีดความสามารถการทดสอบผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึงให้คำแนะนำและช่วยเหลือทางด้านเทคนิค เพื่อยืนยันผลกรณีเกิดปัญหาการกักกันสินค้าอาหารไทยจากต่างประเทศ ทำให้สถาบันอาหารมีความพร้อมอย่างมาก เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ARASFF ในส่วนงานตรวจสอบสินค้าเพื่อให้การปล่อยสินค้าเข้าสู่ประเทศเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุดนอกจากบริการห้องปฏิบัติการตรวจสอบสินค้า สถาบันอาหารยังมีนักวิจัย นักวิชาการเพื่อติดตามกฎระเบียบทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งพร้อมจะแนะนำและให้คำปรึกษาในการปฏิบัติตามกฎระเบียบการนำเข้าไปอย่าง ถูกต้องเพื่อประโยชน์ต่อการนำเข้าสินค้าของผู้ประกอบการ. |