
โรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพอง หรือ abdominal aortic aneurysm (AAA) เป็นโรคที่อันตรายและทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้อย่างกระทันหัน เส้นเลือดที่โป่งฟองอาจแตกทันทีทันใดโดยไม่มีอาการเตือนใด ๆ มาก่อน ลักษณะของเส้นเลือดที่โป่งพองจะคล้ายบอลลูน โดยผนังของเส้นเลือดจะพองออกอย่างชัดเจน
เส้นเลือดเอออร์ตาเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่สุดในร่างกาย นำเลือดจากหัวใจห้องล่างซ้ายไปเลี้ยงทั่วร่างกาย โรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพองมักเกิดขึ้นที่ระดับช่องท้องเป็นส่วนของเอออร์ตาที่อยู่ระหว่างทรวงอกกับอุ้งเชิงกราน โดยทั่วไปเส้นเลือดเอออร์ตามีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว หรือ 2.5 เซ็นติเมตร เมื่ออายุมากขึ้นขนาดของเส้นเลือด เอออร์ตาจะใหญ่ขึ้น โรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพอง หมายถึง ขนาดของเส้นเลือดเอออร์ตาใหญ่กว่า 3 เซ็นติเมตรขึ้นไป
โรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพองเป็นโรคที่มักพบในผู้สูงอายุ อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป จากการสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกาพบโรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพองได้ประมาณร้อยละ 5-7 ของคนที่อายุมากกว่า 60 ปี โรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพองไม่ใช่โรคทางพันธุกรรม ปัจจุบันยังไม่พบว่ามีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคนี้ แต่พบว่าโรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพองเกิดจากภาวะหลอดเลือดแข็งตัวและหินปูนจับหรือที่เรียกว่า atherosclerosis ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองเช่นกัน
อาการของโรค
ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพอง ส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด มักตรวจพบว่าเป็นโรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพองจากการตรวจร่างกายโดยแพทย์หรือจากการตรวจภาพถ่ายรังสี หรือการจากตรวจพิเศษต่าง ๆ
เฉพาะในบางราย ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพองอาจมีอาการดังต่อไปนี้ ได้แก่ ปวดท้อง ปวดหลังหรือสีข้าง แน่นท้องภายหลังกินอาหาร แม้ว่าจะเป็นมื้อเล็ก ๆ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ผู้ป่วยคลำพบก้อนในท้อง เมื่อจับคลำดูแล้วรู้สึกว่าก้อนนั้นเต้นได้ มีรายงานพบผู้ป่วยโรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพองบางรายเกิดภาวะก้อนเลือดหลุดไปอุดตันเส้นเลือดส่วนปลายได้เช่นกัน
ที่สำคัญคือ ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพองร้อยละ 20 หรือหนึ่งในห้ารายที่ไม่เคยทราบมาก่อนว่าเป็นโรคนี้และไม่เคยได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เส้นเลือดจะแตกอย่างกระทันหันโดยไม่มีอาการเตือนมาก่อน ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการหมดสติทันทีและจะเสียชีวิตจากการที่ร่างกายเสียเลือดเป็นจำนวนมาก
การวินิจฉัยโรค
โรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพองเป็นโรคที่วินิจฉัยยากโรคหนึ่ง ผู้ป่วยบางรายอาจมีประวัติโรคหัวใจในครอบครัวหรือมีประวัติญาติเสียชีวิตจากโรคหัวใจชนิดทันทีทันใดและไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นโรคอะไร อาจพบว่าผู้ป่วยมีประวัติโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวานอยู่ด้วย
จากการตรวจร่างกายจะตรวจพบเสียงผิดปกติในช่องท้องเกิดจากการไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดเอออร์ตาที่โป่งพองและอาจคลำพบก้อนในช่องท้อง ซึ่งมักตรวจพบในท่านอนหงายก้อน ดังกล่าวอยู่ที่ส่วนตอนกลางของช่องท้องที่ตำแหน่งเหนือสะดือ
ร้อยละ 75 หรือสามในสี่รายของผู้ป่วยที่เป็นโรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพอง ตรวจพบว่าเป็นโรคนี้จากการตรวจเอ็กซเรย์หรืออัลตร้าซาวน์บางรายอาจตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจ MRI หรือ CT scan ของช่องท้อง บางรายอาจตรวจพบโรคจากการตรวจฉีดสีหลอดเลือด ในบรรดาการตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพองทั้งหมด พบว่าการตรวจด้วยอัลตร้าซาวน์ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด ผลการตรวจแม่นยำที่สุด นองจากนี้ยังไม่แพงและไม่ต้องได้รับรังสีจากการตรวจ
แนวทางการรักษา
การรักษาโรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพองขึ้นกับขนาดของเส้นเลือดที่โป่งพอง โดยขนาดยิ่งใหญ่โอกาสจะแตกยิ่งสูงหรือถ้าแตกแล้ว การผ่าตัดฉุกเฉินกรณีที่เส้นเลือดแตกจะมีอัตราเสี่ยงและอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าการผ่าตัดซ่อมเส้นเลือดที่โป่งพองแบบที่ได้กำหนดเวลาไว้ล่วงหน้า
ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด ได้แก่
- โรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพองชนิดรั่ว
- เส้นเลือดเอออร์ตาที่โป่งพอง ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 5.5 เซ็นติเมตร
- เส้นเลือดเอออร์ตาที่โป่งพอง ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 6.5 เซ็นติเมตร ควรทำการผ่าตัดฉุกเฉิน
วิธีการผ่าตัด
ทำได้สองวิธี คือการผ่าตัดที่เรียกว่า repair abdominal aortic aneurysms เป็นวิธีที่ใช้กันมานานเป็นการผ่าตัดผ่านหน้าท้อง เพื่อเข้าไปเย็บซ่อมเส้นเลือดเอออร์ตาที่โป่งพอง ส่วนวิธีที่สองเป็นวิธีใหม่ เรียกว่า endovascular surgery เป็นการผ่าตัดผ่านทางเส้นเลือด การเลือกจะผ่าตัดด้วยวิธีใด ศัลแพทย์จะพิจารณาจากตำแหน่งและลักษณะของเส้นเลือดเอออร์ตาที่โป่งพองและทีสำคัญต้องพิจารณาสุขภาพโดยทั่วไปของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุอาจไม่เหมาะกับผ่าตัดใหญ่ ควรทำการผ่าตัดชนิด endovascular surgery ส่วนผู้ที่มีอายุน้อยและสุขภาพดีควรทำผ่าตัดใหญ่ไปเลย
ที่มาและภาพประกอบ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
|